ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ประเทศไทย เปิดมุมมองใหม่ระบบอาหาร เมื่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสวัสดิภาพสัตว์ต้องเดินไปด้วยกัน
กรุงเทพฯ ประเทศไทย, 20 ตุลาคม 2569 – ท่ามกลางความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และต้นทุนการผลิตอาหารที่ส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรและผู้ประกอบการ การสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางห่วงโซ่อุปทานผ่านนโยบายการจัดซื้ออย่างรับผิดชอบ
ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ประเทศไทย เปิดเวทีเสวนา “Who Shapes the Future of Food? Farming, Business and Animal Welfare in a Changing Climate and Economy” ภายใต้กิจกรรม Empower for Impact 2026 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Bangkok Climate Action Week 2026 ณ โรงแรม ASAI Bangkok Sathorn โดยมีผู้แทนจากภาควิชาการ ภาคเกษตร และธุรกิจโรงแรมร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับอนาคตระบบอาหาร การเปลี่ยนผ่านสู่การจัดซื้อไข่ไก่ปลอดกรง และการยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ในห่วงโซ่อุปทาน

ผสานองค์ความรู้และประสบการณ์จริง ขับเคลื่อนภาคเกษตรสู่ความยั่งยืน
When Evidence Meets Experience: Rethinking Farming Together
เสียงจากเวทีเสวนาสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายของภาคการผลิตอาหาร โดยเฉพาะผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความผันผวนทางเศรษฐกิจ ซึ่งมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับต้นทุนการผลิต ราคาอาหาร ความมั่นคงทางอาหาร รวมถึงระบบอาหาร สุขภาพประชาชน และความยั่งยืน
ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างระบบอาหาร สุขภาพของประชาชน และความยั่งยืน โดยชี้ให้เห็นว่าการพัฒนาระบบอาหารควรคำนึงถึงทั้งคุณภาพทางโภชนาการ สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
การส่งเสริมรูปแบบการบริโภคที่มีความหลากหลายและเพิ่มสัดส่วนอาหารจากพืช (Plant-Based Foods) จึงเป็นหนึ่งในแนวทางที่สามารถเชื่อมโยงการส่งเสริมสุขภาพประชาชนเข้ากับการรับมือความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการพัฒนาระบบอาหารที่ยั่งยืนในระยะยาว

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.วิษณุ อรรถวานิช ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การเกษตร อาหาร และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวถึงความเสี่ยงที่ภาคเกษตรต้องเผชิญ ทั้งสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงและความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ และการผลิตอาหาร โดยผลกระทบเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงระดับเกษตรกร แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงราคาอาหารและความมั่นคงทางอาหารในภาพรวม
การรับมือกับความท้าทายดังกล่าวจึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน พร้อมคำนึงถึงข้อจำกัดของผู้ผลิต การเข้าถึงเทคโนโลยี และแรงจูงใจที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนการปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในอนาคต
ในมุมของผู้ผลิต คุณสาธิต เครือรัฐติกาล หุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด สงวนฟาร์ม แบ่งปันประสบการณ์การเลี้ยงไก่ไข่แบบปลอดกรง โดยเน้นว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการผลิตที่คำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์จำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจในพฤติกรรมตามธรรมชาติของไก่และการจัดการฟาร์มอย่างเหมาะสม ตั้งแต่การฝึกให้ลูกไก่คุ้นเคยกับคอนเกาะและรังวางไข่ตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อสนับสนุนการปรับตัวเข้าสู่ระบบการเลี้ยงแบบปลอดกรง
ประสบการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนรูปแบบการเลี้ยง แต่ยังเกี่ยวข้องกับองค์ความรู้ การจัดการฟาร์ม และความพร้อมของผู้ผลิตในการปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงาน
ภาคธุรกิจขับเคลื่อน ESG ผ่านการจัดซื้ออย่างรับผิดชอบ
Beyond the Farm: How Business Decisions Shape the Food System
หนึ่งในประเด็นสำคัญจากเวทีเสวนาคือบทบาทของภาคธุรกิจในการสร้างการเปลี่ยนแปลงระบบอาหาร โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมและบริการ ซึ่งการตัดสินใจจัดซื้อวัตถุดิบไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงต้นทุนและคุณภาพสินค้า แต่ยังเชื่อมโยงกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (ESG) รวมถึงการคำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์ในห่วงโซ่อุปทาน

คุณกนกวรรณ แช่มช้อย ผู้อำนวยการด้านความยั่งยืนของ Chatrium Hospitality Group แบ่งปันแนวทางการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “Think First, Think Earth” ซึ่งให้ความสำคัญกับการพิจารณาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมก่อนตัดสินใจดำเนินงาน ตั้งแต่การบริหารจัดการทรัพยากรไปจนถึงการจัดซื้อวัตถุดิบ โดยการเปลี่ยนผ่านสู่การจัดซื้อไข่ไก่ปลอดกรงเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยขยายมิติของความยั่งยืนให้ครอบคลุมถึงสวัสดิภาพสัตว์และความรับผิดชอบตลอดห่วงโซ่อุปทานอาหาร
แนวคิดดังกล่าวยังสามารถนำไปปรับใช้ได้ทั้งในระดับองค์กรและการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างความตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเลือกใช้ทรัพยากรและสินค้า

ขณะที่ คุณชวกร ชนะธัญธำรง ผู้อำนวยการด้าน ESG และความยั่งยืนองค์กรของ ONYX Hospitality Group ถ่ายทอดประสบการณ์การผลักดันการจัดซื้อไข่ไก่ปลอดกรงในธุรกิจโรงแรม โดยชี้ให้เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านไปสู่แนวทางจัดซื้อที่คำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์จำเป็นต้องประเมินความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ ทั้งด้านราคา ปริมาณ คุณภาพ ความปลอดภัยของอาหาร และความพร้อมของซัพพลายเออร์
ประสบการณ์จากทั้งสององค์กรสะท้อนให้เห็นว่า การขับเคลื่อนความยั่งยืนในภาคธุรกิจจำเป็นต้องอาศัยความมุ่งมั่นของผู้บริหาร การทำงานร่วมกับคู่ค้า และการปรับกระบวนการจัดซื้อให้สอดคล้องกับข้อจำกัดและความพร้อมของห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านอย่างเหมาะสมในระยะยาว

ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ผลักดันสวัสดิภาพสัตว์สู่การตัดสินใจทางธุรกิจ
คุณศนีกานต์ รศมนตรี ผู้อำนวยการซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ประเทศไทย เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกับภาคธุรกิจในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงระบบอาหาร โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพในการกำหนดนโยบายการจัดซื้อและส่งเสริมแนวทางการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์
“เมื่อภาคธุรกิจเปลี่ยนวิธีปฏิบัติต่อสัตว์ และกำหนดนโยบายที่คำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์โดยการจัดหาและใช้ไข่ไก่ปลอดกรง จะส่งผลให้การเลี้ยงไก่แบบไม่ขังกรงกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม”
คุณศนีกานต์กล่าวเพิ่มเติมว่า “การทำงานร่วมกับบริษัทต่าง ๆ เป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญของซิเนอร์เจีย แอนนิมอล เนื่องจากความร่วมมือจากหลายองค์กรสามารถช่วยขยายผลการเปลี่ยนแปลงไปตลอดห่วงโซ่อุปทาน และส่งเสริมให้สวัสดิภาพสัตว์ได้รับการพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ”
อนาคตระบบอาหารยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
การเสวนาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การพัฒนาระบบอาหารที่ยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ตั้งแต่ผู้ผลิตไปจนถึงภาคธุรกิจอาหารและการบริการ โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมที่มีบทบาทในห่วงโซ่อุปทานอาหารและสามารถมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงได้
การให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพสัตว์เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบอาหารที่มีความรับผิดชอบ โดยเชื่อมโยงประเด็นนี้เข้ากับมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และความยั่งยืนของภาคอาหารในภาพรวม
ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ประเทศไทย มุ่งทำงานร่วมกับภาคธุรกิจและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันให้สวัสดิภาพสัตว์ได้รับการพิจารณาในการพัฒนาระบบอาหาร และสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของสัตว์ในอุตสาหกรรมอาหาร